Work & Learn

ทำงานจริง เรียนรู้จริง เติบโตได้จริง

Work & Learn ของ Gumon ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์จากการทำงานจริง โดยเฉพาะนักศึกษา ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะได้ร่วมทำงานในงานจริง เรียนรู้ระหว่างทำงาน และได้รับค่าตอบแทนตาม timesheets ตามผลงานที่ทำได้ หากมีผลงานและผ่านการประเมิน ก็มีโอกาสต่อยอดสู่การร่วมงานระยะยาว รวมถึงการเปลี่ยนเป็นสัญญาจ้างหรือพนักงานประจำได้ในอนาคต

งานจริง ไม่ใช่งานจำลองเพื่อฝึกอย่างเดียว
จ่ายค่าตอบแทนตาม timesheets และผลงานที่ได้รับอนุมัติ
เหมาะกับนักศึกษาและผู้เริ่มต้นสายอาชีพที่บริหารเวลาได้ดี
ผู้ที่ทำผลงานได้ดีมีโอกาสร่วมงานต่อระยะยาว

รอบที่เปิดรับ

รอบรับสมัครแรกเปิดถึงสิ้นเดือนเมษายน 2026

Work & Learn เปิดรับสมัครเป็นรอบ โดยรอบแรกเปิดตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2026 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2026 ทีมจะพิจารณาผู้สมัครตามความเหมาะสมของตำแหน่ง จังหวะงาน และความพร้อมในการร่วมงานจริง

ช่วงเปิดรับ
28 มีนาคม 2026 - 30 เมษายน 2026
รูปแบบการเปิดรับ
เปิดรับเป็นรอบ
การติดต่อกลับ
ติดต่อเฉพาะผู้สมัครที่ได้รับคัดเลือก

แนวทางของโปรแกรม

เส้นทางที่เริ่มจากการมีส่วนร่วมจริง ไม่ใช่โปรแกรมฝึกแบบเป็นรุ่น

แนวทางนี้ไม่ถูกออกแบบเป็น internship แบบห้องเรียนหรือรับเข้าพร้อมกันเป็นรอบใหญ่ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครที่เหมาะสมเริ่มจากการมีส่วนร่วมในงานจริง พร้อมรับการแนะนำและเรียนรู้จากการทำงานร่วมกับทีม

แนวทางของโปรแกรม

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาที่ต้องการประสบการณ์ที่ใช้ได้จริงกับการทำงาน

แนวทางของโปรแกรม

การเรียนรู้เกิดขึ้นจากการลงมือทำงานที่มีผลลัพธ์จริง ไม่ใช่เพียง assignment จำลอง

แนวทางของโปรแกรม

เราต้องการสร้างผู้ร่วมงานที่ทำงานได้จริงและเติบโตต่อได้ ไม่ใช่เพียงผู้ฝึกงานชั่วคราว

Internship in Action

บรรยากาศการฝึกงานจริง

ภาพบางช่วงที่สะท้อนการเรียนรู้แบบลงมือทำ การทำงานร่วมกัน และบรรยากาศของทีมจริงอย่างพอดี

ขั้นตอนการเข้าร่วม

ภาพรวมตั้งแต่ส่งความสนใจจนถึงการต่อยอดระยะยาว

กระบวนการคัดเลือกและเริ่มงานถูกออกแบบให้ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับรูปแบบการทำงานจริงของทีม

ขั้นตอน 1

ส่งความสนใจ

กรอกข้อมูลเบื้องต้นผ่านฟอร์มเพื่อให้ทีมเข้าใจความสนใจ พื้นฐาน และเวลาที่สามารถร่วมงานได้

ขั้นตอน 2

ทีมพิจารณา

ทีมจะทบทวนใบสมัครตามความเหมาะสมกับงานเปิด ความพร้อม และทิศทางการทำงานของแต่ละคน

ขั้นตอน 3

สัมภาษณ์

ผู้สมัครที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นอาจได้รับเชิญสัมภาษณ์เพื่อพูดคุยเรื่องความคาดหวัง รูปแบบงาน และศักยภาพในการร่วมงาน

ขั้นตอน 4

เริ่มมีส่วนร่วม

เมื่อผ่านขั้นตอนคัดเลือก จะเริ่มจากงานที่มีขอบเขตชัดเจนและสามารถเรียนรู้ระหว่างทำงานได้จริง

ขั้นตอน 5

ส่ง timesheets และรับค่าตอบแทน

งานที่ทำและเวลาที่บันทึกอย่างถูกต้องจะเข้าสู่การตรวจสอบและใช้เป็นฐานสำหรับการจ่ายค่าตอบแทน

ขั้นตอน 6

ประเมินเพื่อการร่วมงานต่อ

หากผลงานและรูปแบบการทำงานสอดคล้องกับทีม อาจได้รับโอกาสร่วมงานต่อในระยะยาว

รูปแบบการทำงาน

รูปแบบหลักคือ timesheet-based contribution พร้อมเส้นทางเติบโตต่อได้

การเปิดรับในช่วงนี้มุ่งไปที่นักศึกษาเป็นหลัก โดยใช้รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นและอิงกับการมีส่วนร่วมจริงผ่าน timesheets เป็นพื้นฐาน

  • - ค่าตอบแทนขึ้นอยู่กับปริมาณและลักษณะของงานที่ทำจริง รวมถึงรายการเวลาที่ได้รับอนุมัติ
  • - ยืดหยุ่นกว่า internship แบบกำหนดเบี้ยเลี้ยงคงที่หรือกำหนดตารางเดียวกันทุกคน
  • - ผู้ที่ทำงานได้ดีสามารถขยายขอบเขตความรับผิดชอบและต่อยอดเป็นการร่วมงานระยะยาว
  • - รูปแบบเริ่มต้นปกติของหน้านี้คือ timesheet-based ไม่ใช่การเข้าทำงานเต็มเวลาในทันที

รูปแบบการร่วมงานที่ Gumon ใช้โดยรวม

Full-time
Contract
Timesheets
Internship

หมายเหตุ

Gumon อาจมีรูปแบบการร่วมงานหลายแบบตามลักษณะงาน เช่น contract หรือ full-time แต่หน้านี้โฟกัสที่เส้นทาง Work & Learn ซึ่งเริ่มต้นจากการทำงานแบบ timesheet-based เป็นหลัก

ตัวอย่างงานที่อาจได้ทำ

ตัวอย่างงานที่อาจได้ร่วมทำ

งานจริงที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของทีมและจังหวะของโครงการ เราจึงอธิบายเป็นหมวดงานกว้าง ๆ ที่พบได้จริงแทนการสัญญาตำแหน่งเฉพาะล่วงหน้า

งานพัฒนาซอฟต์แวร์

งานพัฒนาฟีเจอร์ งานแก้ไขปัญหา หรือการปรับปรุงส่วนประกอบของระบบตามขอบเขตที่เหมาะกับระดับความพร้อม

งานเอกสารและจัดการความรู้

งานเขียนเอกสาร สรุปความรู้ จัดระเบียบข้อมูล และทำให้ทีมถ่ายทอดความรู้ได้ดีขึ้น

เครื่องมือภายใน

งานช่วยพัฒนา ปรับปรุง หรือดูแลเครื่องมือภายในที่ช่วยให้ทีมทำงานได้เป็นระบบมากขึ้น

งานสนับสนุนแพลตฟอร์ม

งานสนับสนุนด้านแพลตฟอร์ม การติดตามงาน และการช่วยให้มาตรฐานการทำงานถูกใช้งานได้จริง

งานสนับสนุนพาร์ตเนอร์

งานที่เกี่ยวข้องกับการประสานข้อมูลหรือการช่วยสนับสนุนงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ในบางบริบท

งานปฏิบัติการเชิงระบบ

งานปฏิบัติการที่ต้องการความรอบคอบ ความสม่ำเสมอ และการทำงานตามระบบที่กำหนดไว้ชัดเจน

Technical Exposure

ได้สัมผัสหัวข้อเชิงเทคนิคจริง ตั้งแต่วิธีคิดจนถึงบริบทของระบบ

เส้นทางนี้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เห็นทั้งวิธีทำงานแบบมืออาชีพ การเรียนรู้ผ่าน workshop และการคุยกันด้วยกรอบคิดเชิงระบบที่ใช้จริงในทีมวิศวกรรม

  • - Workshop ที่เชื่อมกับการทำงานจริง ไม่ได้แยกขาดจากบริบทของทีม
  • - เห็นภาพแนวคิดอย่าง event-driven systems, backend workflow, cloud และ platform practices
  • - เรียนรู้ทั้งเรื่องเทคนิค วิธีสื่อสาร และมาตรฐานการทำงานร่วมกัน

ตำแหน่งที่เปิดรับ

ตำแหน่งที่เปิดรับในรอบนี้

ตำแหน่งด้านล่างสอดคล้องกับตัวเลือกในแบบฟอร์มสมัคร โดยขอบเขตงานจริงอาจปรับตามความเหมาะสมของทีม ระดับความพร้อม และประเภทงานที่กำลังเปิดอยู่ในช่วงนั้น

UX/UI Designer

เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการออกแบบประสบการณ์ใช้งานและหน้าตาของระบบดิจิทัลบนพื้นฐานของงานจริง ผู้ที่ได้รับคัดเลือกอาจได้ช่วยออกแบบ user flow, wireframe, UI screens และงานปรับปรุง usability สำหรับผลิตภัณฑ์หรือระบบภายใน

ความรับผิดชอบหลัก
  • - ช่วยออกแบบ flow และหน้าจอสำหรับเว็บหรือระบบภายใน
  • - ปรับปรุง usability และความชัดเจนของ interface
  • - สื่อสารแนวคิดการออกแบบกับทีมพัฒนาและผู้เกี่ยวข้อง
  • - จัดเตรียมงานออกแบบให้อยู่ในรูปที่นำไปพัฒนาต่อได้จริง
คุณสมบัติที่เหมาะสม
  • - สนใจ UX/UI และการออกแบบเชิงระบบ
  • - ใช้ Figma หรือเครื่องมือออกแบบที่เกี่ยวข้องได้
  • - รับ feedback และปรับงานได้ดี
  • - ใส่ใจรายละเอียดและคิดจากมุมผู้ใช้งานจริง

Frontend Developer (React + Next.js)

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนางาน frontend จาก requirement จริงร่วมกับทีมจริง โดยใช้ React และ Next.js ผู้ที่ได้รับคัดเลือกอาจได้ช่วยพัฒนาหน้าเว็บ ฟีเจอร์ UI การเชื่อมต่อข้อมูล และการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานของระบบ

ความรับผิดชอบหลัก
  • - พัฒนาและปรับปรุง frontend ด้วย React และ Next.js
  • - แปลงงานออกแบบหรือ requirement ให้เป็นหน้าจอที่ใช้งานได้จริง
  • - เชื่อมต่อข้อมูลจาก API และจัดการ state ของหน้า
  • - แก้ไข bug และปรับปรุง responsiveness หรือ accessibility พื้นฐาน
คุณสมบัติที่เหมาะสม
  • - มีพื้นฐาน JavaScript หรือ TypeScript
  • - เข้าใจ React และแนวทาง component-based development
  • - คุ้นเคยกับ Next.js หรือพร้อมเรียนรู้จาก codebase จริง
  • - สื่อสารและส่งมอบงานตามขอบเขตได้ดี

Backend Developer (NestJS + TS + MongoDB + GraphQL)

เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจ backend engineering และอยากเรียนรู้จากระบบที่มีโครงสร้างจริง ผู้ที่ได้รับคัดเลือกอาจได้ช่วยพัฒนา API, business logic, data model, integration และงาน backend support ตามความเหมาะสมของทีม

ความรับผิดชอบหลัก
  • - พัฒนา backend services ด้วย NestJS และ TypeScript
  • - ออกแบบหรือปรับปรุง API และ GraphQL resolver
  • - ทำงานกับ MongoDB และโครงสร้างข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  • - ช่วยตรวจสอบ bug, logic flow และการเชื่อมต่อระหว่างระบบ
คุณสมบัติที่เหมาะสม
  • - มีพื้นฐาน TypeScript หรือ Node.js
  • - เข้าใจหลักการ backend, API และ database เบื้องต้น
  • - สนใจเรียนรู้เรื่อง schema, validation และ service architecture
  • - ทำงานอย่างเป็นระบบและระมัดระวังกับข้อมูล

Project Manager / Product Owner

เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการประสานงาน การขับเคลื่อนงาน และการแปลงเป้าหมายให้เป็นงานที่จัดการได้จริง ผู้ที่ได้รับคัดเลือกอาจได้ช่วยติดตามงาน จัดลำดับความสำคัญ สรุป requirement และช่วยให้ทีมเดินงานได้อย่างชัดเจนขึ้น

ความรับผิดชอบหลัก
  • - ช่วยจัดลำดับงานและติดตามความคืบหน้าร่วมกับทีม
  • - รวบรวม requirement และช่วยสื่อสารให้แต่ละฝ่ายเข้าใจตรงกัน
  • - ช่วยจัดทำ task breakdown, notes และสรุปประเด็นสำคัญ
  • - สนับสนุนการทำงานของทีมให้เป็นระบบและต่อเนื่อง
คุณสมบัติที่เหมาะสม
  • - สื่อสารชัดเจนและจัดการรายละเอียดได้ดี
  • - มีทักษะการประสานงานและติดตามงาน
  • - เข้าใจภาพรวมของ product หรือ project flow จะเป็นประโยชน์
  • - รับผิดชอบและบริหารเวลาได้ดี

Strategic Growth Executive (Sales/Marketing)

เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจงาน growth, business outreach, communication และการสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านงานจริง ผู้ที่ได้รับคัดเลือกอาจได้ช่วยงานด้านการสื่อสาร การวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจ และงานสนับสนุนด้าน sales/marketing ตามความเหมาะสม

ความรับผิดชอบหลัก
  • - ช่วยค้นหาและจัดระเบียบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโอกาสทางธุรกิจ
  • - สนับสนุนงานสื่อสาร การตลาด หรือ outreach ในรูปแบบที่ทีมใช้งานจริง
  • - ช่วยสรุป insight หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตลาดและกลุ่มเป้าหมาย
  • - จัดทำเอกสารหรือข้อมูลสนับสนุนงานขายและการเติบโต
คุณสมบัติที่เหมาะสม
  • - สนใจด้าน business, sales, marketing หรือ growth
  • - สื่อสารเป็นระบบและเรียบเรียงข้อมูลได้ดี
  • - กล้าคิด กล้าวิเคราะห์ และทำงานเชิงรุกได้พอสมควร
  • - ใช้เครื่องมือออนไลน์และค้นคว้าข้อมูลได้ดี

Business Analyst (BA)

เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการวิเคราะห์ requirement และการเชื่อมระหว่าง business needs กับทีมพัฒนา ผู้ที่ได้รับคัดเลือกอาจได้ช่วยเก็บ requirement, สรุป flow, จัดทำเอกสาร และสนับสนุนการแปลงความต้องการให้เป็นงานที่ชัดเจน

ความรับผิดชอบหลัก
  • - ช่วยเก็บและสรุป requirement จากบริบทธุรกิจหรือผู้เกี่ยวข้อง
  • - จัดทำเอกสาร flow, use case หรือสรุป logic ของงาน
  • - ประสานความเข้าใจระหว่างทีม business และทีมพัฒนา
  • - ช่วยให้ขอบเขตงานชัดขึ้นก่อนเข้าสู่การพัฒนา
คุณสมบัติที่เหมาะสม
  • - คิดเชิงวิเคราะห์และจับประเด็นได้ดี
  • - เขียนเอกสารและสรุปข้อมูลได้ชัดเจน
  • - สนใจระบบงานและความสัมพันธ์ระหว่าง user, process และ requirement
  • - ทำงานละเอียด รอบคอบ และพร้อมเรียนรู้จากงานจริง

System Analyst (SA)

เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการวิเคราะห์ระบบ โครงสร้างข้อมูล และ logic การทำงานในระดับที่ลึกกว่า requirement เชิงธุรกิจ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกอาจได้ช่วยวิเคราะห์ flow ระบบ ออกแบบ logic ระดับต้น และทำงานร่วมกับทีมพัฒนาเพื่อให้การออกแบบระบบชัดเจนขึ้น

ความรับผิดชอบหลัก
  • - วิเคราะห์ flow การทำงานของระบบและความเชื่อมโยงของส่วนต่าง ๆ
  • - ช่วยจัดทำเอกสาร logic, process, field mapping หรือ system behavior
  • - สนับสนุนทีมพัฒนาในการทำความเข้าใจ requirement เชิงระบบ
  • - ช่วยตรวจสอบความครบถ้วนและความสอดคล้องของงานก่อนพัฒนา
คุณสมบัติที่เหมาะสม
  • - สนใจการคิดเชิงระบบและการวิเคราะห์ process
  • - เข้าใจโครงสร้างข้อมูลหรือ system flow เบื้องต้น
  • - จัดระเบียบข้อมูลและเอกสารได้ดี
  • - ทำงานละเอียดและสื่อสารกับทีมเทคนิคได้ดี

กลุ่มที่เหมาะกับเส้นทางนี้

เหมาะกับใคร

  • - นักศึกษาที่ต้องการประสบการณ์จากงานจริงมากกว่างานจำลองเพื่อการฝึก
  • - ผู้ที่สามารถบริหารเวลา ความรับผิดชอบ และการส่งมอบงานได้อย่างเหมาะสม
  • - ผู้ที่พร้อมเรียนรู้ไปพร้อมกับการมีส่วนร่วมจริงกับทีม
  • - ผู้ที่สนใจเทคโนโลยี ระบบ งานปฏิบัติการ หรือการทำงานเชิงโครงสร้าง

ค่าตอบแทน

ค่าตอบแทนผูกกับการมีส่วนร่วมจริงอย่างชัดเจน

Work & Learn ไม่ได้ใช้รูปแบบเบี้ยเลี้ยงฝึกงานแบบคงที่ แต่ใช้แนวทางที่สะท้อนผลงานจริงตามงานและเวลาที่ทำได้

  • - ค่าตอบแทนคำนวณจาก timesheets และผลงานที่ได้รับการอนุมัติ
  • - ผู้ที่มีส่วนร่วมมากขึ้นหรือรับงานที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นย่อมมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนมากขึ้น
  • - หากมีส่วนร่วมน้อยลง ค่าตอบแทนก็จะสะท้อนตามระดับการมีส่วนร่วมนั้น
  • - แนวทางนี้ตั้งอยู่บนความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความชัดเจนของงานที่ส่งมอบ

เส้นทางการเติบโต

เริ่มจากงานจริง แล้วค่อยขยายเป็นความร่วมมือระยะยาว

เส้นทางปกติเริ่มจากการร่วมงานแบบ timesheet-based ก่อน เมื่อผลงานและรูปแบบการทำงานชัดเจนขึ้น จึงอาจต่อยอดเป็นความร่วมมือรูปแบบอื่นได้

ทีมและการเติบโต

ไม่ได้ฝึกอยู่ลำพัง แต่ได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกับทีมจริง

ประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากไม่ได้มาจากแค่งานที่ได้รับ แต่มาจากการได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการสื่อสาร การช่วยกันคิด และการเติบโตไปพร้อมกับคนอื่นจริง ๆ

  • - เห็นวิธีทำงานร่วมกันของทีมในสถานการณ์จริง
  • - ได้รับ feedback และคำแนะนำที่นำไปใช้ต่อได้จริง
  • - สร้างความมั่นใจจากการร่วมงานกับผู้คน ไม่ใช่เพียงทำ assignment คนเดียว

สมัครเข้าร่วม

ส่งความสนใจเพื่อเริ่มต้นพูดคุยกับทีม

หากสนใจเส้นทาง Work & Learn สามารถส่งข้อมูลเบื้องต้นผ่านฟอร์มได้ ทีมจะติดต่อผู้สมัครที่ได้รับคัดเลือกเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนสัมภาษณ์

สมัครตอนนี้

ทีมจะติดต่อเฉพาะผู้สมัครที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้น

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

นี่คือ internship แบบดั้งเดิมหรือไม่+

ไม่ใช่ในความหมายของโปรแกรมฝึกงานแบบเข้าพร้อมกันเป็นรุ่นหรือเน้นการเรียนในห้องเป็นหลัก เส้นทางนี้เน้นการทำงานจริงพร้อมเรียนรู้ระหว่างทำงาน

มีค่าตอบแทนหรือไม่+

มี ผู้ที่ได้รับคัดเลือกและเริ่มมีส่วนร่วมจะได้รับค่าตอบแทนตาม timesheets และผลงานที่ได้รับอนุมัติ

timesheet compensation ทำงานอย่างไร+

โดยหลักคือการบันทึกเวลาทำงานและงานที่ทำจริง เมื่อได้รับการตรวจสอบและอนุมัติแล้ว จะใช้เป็นฐานสำหรับการจ่ายค่าตอบแทนตามระดับการมีส่วนร่วม

ใครสามารถสมัครได้+

หน้านี้เปิดโฟกัสไปที่นักศึกษาเป็นหลัก แต่ผู้เริ่มต้นสายอาชีพหรือผู้ที่มีเวลาร่วมงานอย่างเหมาะสมและมีความพร้อมในการทำงานจริงก็สามารถส่งความสนใจได้

จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทำงานมาก่อนหรือไม่+

ไม่จำเป็นเสมอไป สิ่งสำคัญคือความรับผิดชอบ ความสามารถในการเรียนรู้ และความพร้อมที่จะทำงานจริงอย่างเป็นระบบ

มีโอกาสไปสู่การร่วมงานระยะยาวหรือไม่+

มี หากผลงานดีและผ่านการประเมิน ก็อาจได้ร่วมงานต่อระยะยาว และในบางกรณีอาจต่อยอดเป็น contract หรือ full-time ได้

เปิดรับเฉพาะนักศึกษาหรือไม่+

แม้เส้นทางนี้จะออกแบบโดยมุ่งที่นักศึกษาเป็นหลัก แต่ไม่ได้จำกัดเฉพาะนักศึกษาเท่านั้น หากรูปแบบเวลาและความเหมาะสมสอดคล้องกับทีมก็สามารถส่งความสนใจได้

หลังจากส่งฟอร์มแล้วจะเกิดอะไรขึ้น+

ทีมจะทบทวนข้อมูลที่ส่งเข้ามา และหากโปรไฟล์เหมาะสมกับโอกาสที่มีอยู่ จะติดต่อกลับเพื่อเชิญสัมภาษณ์หรือพูดคุยขั้นถัดไป

ติดต่อทีมงาน